ไม่รู้ชีวิตจะไปยังไงต่อ! สองสามีภรรยา โดนนายหน้าเก๊ หลอกไปทำงานเกาหลี ฝันสลายเดือนละแสน

Author:

 

ไม่รู้ชีวิตจะไปยังไงต่อ สองสามีภรรยา ฝันสลาย นายหน้าเก๊ หลอกไปทำงานเกาหลี เดือนละเป็นแสน หวังหาเงินใช้หนี้ สุดท้ายสูญเงิน 6 หมื่น เหยื่อเพียบ

วันที่ 1 ส.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีสองสามีภรรยา ใน อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ เดือดร้อนอย่างหนัก หลังถูกมิจฉาชีพแฝงตัวมาในคราบนายหน้าสาวชาวไทย โพสต์เฟซบุ๊กหลอกชักชวนให้ไปทำงานในสวนมะเขือเทศ ที่ประเทศเกาหลี มีรายได้ที่สูงถึงเดือนละเกือบแสนบาท มีที่พัก และ อาหารฟรี โดยมีข้อแม้ว่า จะต้องเดินทางไปในนามนักท่องเที่ยว

โดยเรียกเก็บเงินค่าดำเนินการ ทำเอกสารเกี่ยวกับการเดินทางหลายครั้งเป็นเงินกว่า 60,000 บาท สุดท้ายเสียเงินฟรีไม่สามารถเดินทางได้ เพราะเจ้าหน้าที่ตรวจพบว่า เอกสารทั้งหมดเป็นเอกสารปลอม จะทวงถามขอเงินคืน ทางนายหน้าก็ปิดเฟซบุ๊กหนี

น.ส.ยุวดี (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี และ นายเพชรไทย (สงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี สองสามีภรรยา เปิดเผยว่า เห็นโฆษณาบนเฟซบุ๊กรับสมัครงานสวนมะเขือเทศแทกู ที่ประเทศเกาหลี อ้างว่ามีค่าตอบแทนเป็นเงินจำนวนเดือนละหลักแสนต่อเดือน พร้อมที่พักและค่าอาหารฟรี หากสมัครเดินทางเป็นคู่จะมีโปรโมชั่นส่วนลดให้อีก ตนเห็นว่าน่าสนใจ จึงติดต่อไปพูดคุยกับเอเจนซี่ทางเพจที่ลงประกาศโฆษณาเชิญชวนไว้

จากนั้นเอเจนซี่ส่งข้อมูลเกี่ยวกับการเดินทาง ซึ่งรอบแรกต้องจ่ายค่าเอกสาร 1,500 บาท ทั้งของตนและสามี รวมเป็นเงิน 3,000 บาท และมีเพื่อนซึ่งเป็นคู่สามีภรรยา ที่สนใจเดินทางไปทำงานด้วยกันอีก จึงรวมเงินและโอนไป 6,000 บาท จากนั้นได้รับแจ้งให้โอนค่าประกันการเดินทางอีกคนละ 7,500 บาท เพื่อที่จะเข้าร่วมในกลุ่มไลน์ ซึ่งตนโอนเงินไปให้ตั้งแต่วันที่ 25 ธ.ค.64 พร้อมทั้งสมัครลงทะเบียน K-ETA สำหรับการเดินทาง ซึ่งตนพยายามลงทะเบียนไป 2 รอบ แต่ก็ไม่ผ่าน

เอเจนซี่จึงแนะนำให้สร้างเอกสารฐานเงินเดือนปลอมขึ้นมา เพื่อช่วยในการลงทะเบียน ซึ่งในส่วนนี้มีค่าใช้จ่ายการดำเนินการอีกคนละ 2,000 บาท แต่หลังจากนั้นเรื่องกลับเงียบหาย ตนจึงติดต่อให้บุคคลอื่นช่วยดำเนินการแทน แต่ในท้ายที่สุดผลการลงทะเบียนก็ถือเป็นโมฆะอยู่ดี ทางนายหน้าจึงแจ้งว่า จะแก้ใบอนุมัติให้ และแนะนำให้ลองยื่นเอกสารดูอีกที พร้อมทั้งให้จองเที่ยวบิน

ตนจึงโอนค่าตั๋วเครื่องบินไปให้อีก แต่พอตนไปเช็คอินขึ้นเครื่อง เจ้าหน้าที่ทางสนามบินแจ้งว่า ผล K-ETA ไม่ผ่าน ตนจึงติดต่อทางนายหน้าไปอีกครั้ง ซึ่งทางนายหน้าก็รับรองกับตนว่าจะได้เดินทางไปแน่ และแจ้งมาว่าจะพาไปทำวีซ่า รวมทั้งทางนายหน้าเองจะไปดำเนินการจดทะเบียนบริษัทที่สถานทูตอีกด้วย ซึ่งตนเองก็ฟังดูว่าทางนายหน้าน่าเชื่อถือ

แต่ในขณะเดียวกันตนก็ได้เริ่มเอะใจ เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินการทั้งหมดที่ตนกับสามีโอนให้กับทางนายหน้ารายนี้ เป็นจำนวนเงินค่อนข้างสูงถึง 62,000 บาท ตนจึงมีความคิดจะเรียกร้องขอเงินคืน แต่ทางนายหน้ากลับเริ่มเงียบหายไป ตนจึงลองติดต่อคนอื่นๆ ในกลุ่มไลน์ และได้รับคำแนะนำให้ตัดสินใจดำเนินการแจ้งความ ขณะนั้นมีผู้เสียหายราว 30 คน ที่ทยอยกันไปให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบ

น.ส.ยุวดี กล่าวต่ออีกว่า ก่อนหน้านี้ตนและสามีทำงานอยู่บริษัทแห่งหนึ่งที่จังหวัดชลบุรี ส่วนสาเหตุที่สามีและตนลาออกจากงานก็เพราะจะไปทำงานที่เกาหลี เนื่องจากเห็นว่าได้ค่าตอบแทนสูง ซึ่งตนหวังว่าจะได้เงินมาใช้หนี้ที่ทางครอบครัวนำโฉนดที่ดินที่บ้านไปจำนองกู้เงิน ที่ธนาคารเพื่อการเกษตร หรือ ธกส.ซึ่งถ้าภายใน 2 ปี ตนไม่มีเงินไปส่งดอกบ้านและที่ดินจะถูกยึด เพราะไม่ได้ส่งดอกตามกำหนด

ตนเกรงว่าถ้าบ้านถูกยึดครอบครัวจะไม่มีบ้านอยู่ แม้แต่รถยนต์ที่ใช้อยู่ก็ปล่อยให้ยึด โดยหวังว่าถ้าได้งานที่เกาหลี จะมีเงินมาส่งดอกธนาคาร ไม่คิดว่าจะมาถูกมิจฉาชีพแก๊งนี้หลอกให้โอนเงิน ทำให้ตนสูญเงินไปกว่า 60,000 บาท ชีวิตตนขณะนี้ไม่รู้จะไปต่อได้ที่ไหนอย่างไร

Leave a Reply

Your email address will not be published.